“โกลเด้นโกล” : กฎสุดตื่นเต้นที่หายไปจากโลกลูกหนัง

วันที่ : 07/01/2020 11:01

ฟุตบอลเป็นกีฬาที่มีวิวัฒนาการมาโดยตลอด เช่นเดียวกับกฎของมัน ที่ผ่านการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง และแก้ไข ที่ทำให้กฎบางกฎเพิ่มเข้ามาใหม่ และบางกฎหายไป

หนึ่งในนั้นคือ “โกลเด้นโกล” กฎง่ายๆ ที่มีเงื่อนไขเพียงแค่ว่าในช่วงต่อเวลาพิเศษ ทีมไหนยิงประตูได้ก่อน ทีมนั้นก็จะเป็นผู้ชนะ ที่เคยสร้างความสนุกและตื่นเต้นในโลกลูกหนังมาแล้วนักต่อนัก

ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ฝรั่งเศสคว้าแชมป์ยูโร 2000 การทำให้ทีมชาติญี่ปุ่น ผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หรือแม้แต่ทีมชาติไทยเอง ก็เคยสร้างปาฏิหาริย์จากโกลเด้นโกล ในเอเชียนเกมส์เมื่อปี 1998 มาแล้วเช่นกัน

อย่างไรก็ดี กฎนี้กลับอยู่ในวงการลูกหนังได้เพียงแค่ 10 กว่าปี ก่อนที่จะหายไป อะไรคือสาเหตุนั้น ร่วมติดตามไปพร้อมกับ Main Stand

 

ไอเดียจากอเมริกันเกมส์

 

การกำเนิดของเรื่องบางเรื่อง หรือไอเดียบางไอเดีย ที่สร้างปรากฎการณ์บนโลก บางทีอาจจะเป็นแค่เรื่องง่ายๆ และโกลเด้นโกล ก็เป็นหนึ่งในนั้น

 

มันมีจุดเริ่มต้นมาจากความสนุกของฟุตบอลที่เริ่มหายไปในการแข่งขันแบบทัวร์นาเมนต์ ที่หลายทีมเอาแต่เล่นแบบรัดกุมในช่วงต่อเวลาพิเศษ ที่เริ่มเด่นชัดในฟุตบอลโลก 1990 ที่อิตาลี ซึ่งหลายเกมต้องตัดสินด้วยการดวลลูกจุดโทษ

ทำให้สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า หัวเรือใหญ่ของโลกลูกหนัง พยายามคิดและเสาะหาวิธีที่จะแก้ไขปัญหานี้ ที่จะทำให้ฟุตบอลไม่น่าเบื่อเกินไป จนออกมาเป็น “ซัดเดนเดธ” หรือ “โกลเด้นโกล”

มันเป็นกฎที่มีเงื่อนไขไม่ซับซ้อน นั่นก็คือหากเกมเสมอกันใน 90 นาที จะตัดสินด้วยการต่อเวลาพิเศษออกไป 30 นาที และภายใน 30 นาทีนั้น ทีมไหนยิงประตูได้ก่อน ทีมนั้นจะกลายเป็นผู้ชนะทันที

อันที่จริงโกลเด้นโกล ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะกฎในลักษณะนี้เคยมีมาก่อนในอดีต ไม่ว่าจะเป็นอเมริกันฟุตบอล ที่ใช้มาตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1970 หรือแม้แต่ฟุตบอลเอง ก็เคยใช้ในถ้วยยูดานคัพ ถ้วยเก่าแก่ของอังกฤษ เมื่อ 100 กว่าปีก่อน

ก่อนที่มันจะหวนคืนสู่วงการลูกหนังในปี 1993 หลังฟีฟ่าแนะนำมันให้สาธารณชนได้รู้จักอย่างเป็นทางการ โดยมีศึกฟุตบอลเยาวชนโลก 1993 ที่ออสเตรเลีย เป็นสังเวียนแรกที่ทดลองใช้

“เบื้องหลังไอเดียของโกลเด้นโกลคือเพื่อให้เกิดทัศนคติในการเล่นเกมรุกมากขึ้น ให้ทีมมุ่งไปข้างหน้า เพราะพวกเขารู้ว่าแค่ประตูเดียวก็จะเป็นผู้ชนะ” แอนดรูว์ คูเปอร์ โฆษกของฟีฟ่าในตอนนั้นกล่าว

อย่างไรก็ดี โกลเด้นโกล กลับไม่ค่อยได้รับการจดจำมากนัก เมื่อตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ มันได้มีโอกาสใช้เพียงครั้งเดียว นั่นคือเกมระหว่างเจ้าภาพออสเตรเลียและอุรุกวัยในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่กลายเป็นแข้งจิงโจ้ คว้าชัยไปได้จากกฎใหม่นี้

หลังจากนั้นกฎนี้ยังมีโอกาสเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันสุดแปลกของโลก ในศึกแคริเบียนคัพ ในปี 1994 ที่ทำให้ทีมหนึ่งต้องยิงประตูตัวเองเพื่อผ่านเข้ารอบ

มันเป็นเกมระหว่าง เกรนาดา และ บาร์บาดอส ที่แม้จะเป็นรอบแบ่งกลุ่ม แต่ก็เอากฎโกลเด้นโกลมาใช้ ในขณะที่ บาร์บาดอส นำ เกรนาดา อยู่ 2-1 ซึ่งจบสกอร์นี้พวกเขาจะตกรอบเพราะต้องยิง 2 ลูกขึ้นไป หลังเสียประตูให้อีกฝ่าย บาร์บาดอสก็ทำสิ่งไม่คาดคิด ด้วยการยิงประตูตัวเอง เพื่อให้มีการต่อเวลาพิเศษออกไป

 

เนื่องจากกฎโกลเด้นโกลในทัวร์นาเม้นต์นั้นระบุว่า หากยิงได้ในช่วงต่อเวลา ไม่เพียงแต่จะเป็นผู้ชนะ ประตูที่ทำได้จะถูกนับเป็นสองลูก และบาร์บาดอสก็ทำได้จริง พวกเขายิงโกลเด้นโกลได้ในเกมนั้น พร้อมได้ประตูบวกเป็น 2 ประตู และผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้สำเร็จ

เเทงบอลออนไลน์คลิก

 

"สล็อต888"
เกมส์แนะนำ
191
191
Youlikebet youlike