พระเอกแห่งปี2019ของพรีเมียร์ลีก ต้องยกให้ VAR

วันที่ : 31/12/2019 02:12
            ที่ดักจับล้ำหน้าจนริบประตูคืนได้หลายจังหวะอย่างเคร่งครัด โดยทุกกรณี ถ้าเอากันตามกฏกติกา แม่งคือก็ล้ำจริงๆแหละ แต่บ้างทีมันเหลื่อมมาแค่มิลเดียว หรือ ไม่ถึงมิลก็มีแต่เจ้าพ่อ VAR ประดุจดังตาเทพผู้หยั่งรู้ทุกสิ่งก็จะเห็นว่าล้ำหน้า จนทำให้เสน่ห์ของเกมลูกหนังค่อยๆเลือนหายไป ว่าด้วยเรื่อง VAR ขอยกตัวอย่างจากเกมคู่ ท๊อดแนมฮอตสเปอร์ vs เลสเตอร์ ซิตี้ ถามว่าล้ำไหม ? ถ้าดูจาก VAR มันก็ตอบได้เลยว่าล้ำ แม้จะแค่ปลายข้อศอกของ ซอง ฮึน มิน ของแบบนี้ไม่เข้าใครออกใคร ไม่มีใครได้ประโยชน์ และเสียประโยชน์อยู่เพียงฝ่ายเดียว อันนี้ก็เข้าใจ    แต่ขอแบบเดิมดีกว่าไหม แบบที่ขึ้นอยู่กับสายตาของผู้ตัดสิน และผู้ช่วยผู้ตัดสิน ด้วย ‘คอมม่อนเซ้นส์’ หรือด้วยความเข้าใจในเกมแบบเดิมๆ ที่แม้นจะมีความผิดพลาดบ้างก็ยังได้อารมณ์ และความรู้สึกมากกว่า เพราะหลายเคสที่ผ่านมาในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ที่ VAR บอกว่าล้ำหน้า แม้จะล้ำจริงๆ ก็ต้องขอเรียนตามตรงว่า ‘พ่อมึงตาย’ มึงทำลายความสวยงามของเกมลูกหนังชัดๆ ที่ผ่านมา ฟุตบอลมีการเปลี่ยนแปลงกฏกติกาหลายอย่าง ทั้งนี้ก็เพื่อให้มีการทำประตูกันมากขึ้น เพื่อให้เกมมีความสนุกสนานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการให้ทีมชนะได้ 3 แต้ม หรือเปลี่ยนกฏคืนหลัง ห้ามผู้รักษาประตูใช้มือ ทุ่มบอลให้ผู้รักษาประตูก็ห้ามใช้มือรีบ หรือห้ามนายทวารถือลูกเกิน 6 วินาที ทำไมผมถึงรู้สึกว่า VAR เข้ามาทำลายความสนุกของเกมฟาดแข้งพลางทำให้ฟุตบอลมีการทำประตูกันน้อยลงซะอย่างนั้น แถมหลายกรณี แม่งไม่ค่อย ‘เมคเซ้นส์’ สักเท่าไหร่ ด้วยยึดความถูกต้องแบบ ‘เถรตรง’ มากเกินไปจนฟุตบอลแม่งชักจะไม่ใช่ฟุตบอลอย่างที่เคยรู้จัก และคุ้นเคยกันซะแล้ว ข้อดีของ VAR คือให้ผู้ตัดสินทำงานง่ายขึ้น หรือ ให้นักเตะไม่ต้องมีข้อแก้ตัวใดๆ เกี่ยวกับการฟาวส์หรือว่าได้เสียประตู ซึ่งเป็นอะไรที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม สุดท้ายนี้ผมว่ามันอยู่ที่มุมมองมากกว่าว่าใครจะมองแบบไหนสำหรับผม มันทำให้มนต์เสน่ห์ของเกมฟุตบอลค่อยๆเลือนหายไปมากว่าเดิม

เเทงบอลออนไลน์

"สล็อต888"
เกมส์แนะนำ
191
191
Youlikebet youlike